เพิ่มเพื่อน

QR Code Line

เปลี่ยนแบตเตอรี่ง่ายๆ ไม่ให้รถเสียกลางทาง

แบตเตอรี่รถยนต์  โดยทั่วไปมี 2 ประเภทหลัก คือ

  1. แบตเตอรี่ “แบบเปียก” ที่ต้องหมั่นเติมน้ำกลั่นชดเชยปริมาณที่สูญเสียไปเพื่อไม่ให้ระดับน้ำกลั่นต่ำกว่าเส้นบอกระดับล่าง (LOWER LEVEL)
  2. แบตเตอรี่ “แบบแห้ง” ที่ไม่ต้องเติมน้ำกลั่นตลอดอายุการใช้งาน ปัจจุบันนิยมใช้ใน รถเก๋ง รถกระบะ ซึ่งมีราคาสูงกว่าแบบแรก

     ทั้ง 2 ทำหน้าที่จ่ายกระแสไฟไปที่ระบบจุดระเบิดในขณะที่สตาร์ทรถยนต์ เพื่อป้อนกระแสไฟฟ้าให้อุปกรณ์ต่างๆภายในระบบไฟฟ้ารถยนต์ ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งพลังงานให้กับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกหลายๆอย่าง เช่น ระบบไฟส่องสว่าง แอร์ วิทยุเครื่องเสียง

อาการแบตเตอรี่เสื่อม

     แบตเตอรี่เก็บไฟไม่อยู่รถจะสตาร์ทติดยาก บางครั้งสตาร์ทไม่ติดเพราะแบตเตอรรี่หมดอายุการใช้งานไปแล้ว ต้องซื้อเปลี่ยนใหม่ทันที การเลือกซื้อ “แบตเตอรี่” ไม่ควรที่จะลดขนาดของแอมป์ลงโดยเด็ดขาด แต่สามารถเลือกที่มีขนาดของแอมป์สูงขึ้นได้โดยประมาณ 10-30 แอมป์จากแบตเตอรี่ของเดิม โดยคุณสามารถเปลี่ยนแบตเตอรรี่เองได้ง่ายๆ เพียงทำตามขั้นตอนดังนี้

เตรียมอุปกรณ์

     ประแจไขเบอร์ 10 / ถุงมือยาง / สเปรย์สำหรับฉีดแบตเตอรี่ (ถ้ามี) / แบตเตอรี่ใหม่

ขั้นตอนการเปลี่ยนแบตเตอรี่

 

  1. ใส่เบรกมือ เพื่อป้องกันรถไหล
  2. เปิดฝากระโปรงรถ
  3. ใช้ประแจขันน๊อตออกที่ “ขั้วลบ” แบตเตอรี่
  4. ใช้ประแจขันน๊อตออกที่ “ขั้วบวก” แบตเตอรี่
  5. นำแบตเตอรี่ใหม่มาใส่
  6. ตอนใส่แบตเตอรี่ใหม่ ให้ใช้ประแจขันน๊อตที่ “ขั้วบวก” ก่อนขั้วลบ
  7. เมื่อขันน๊อตจนแน่นหมดแล้ว

ข้อควรระวัง : ในการทำงานกับแบตเตอรี่ เนื่องจากในแบตเตอรี่นั้นมีสารเคมีอยู่ภายใน เช่น สารตะกั่ว น้ำกรด เป็นต้น ดังนั้นในการทำงานกับแบตเตอรี่ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ขอบคุณบทความจาก SILKSPAN.COM