เพิ่มเพื่อน

QR Code Line

Advanced OBD กับ Fast Tech II

มีหลายคนอาจสงสัยว่า Energy Reform ที่เป็นรุ่น Advanced OBD กับ Fast Tech II แตกต่างกันอย่างไร

โดยในปัจจุบัน ทาง Energy Reform ได้เปิดตัวชุด Fast Tech ออกมา 3 รุ่น เรียกได้ว่าครอบคลุมตลาดตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไปถึงระดับบน (ซึ่งเราจะนำเสนอเรื่องราวของ Fast Tech II โดยเฉพาะอีกครั้ง) วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจกันครับ ว่า Advanced OBD กับ Fast Tech II แตกต่างกันอย่างไร

Advanced OBD : จุดเด่นคือ สามารถเชื่อมต่อ OBD ได้ ทั้ง OBD II (รถหลังปี 2000) และ OBD/CAN รุ่น STD500 และ EXT500 (รถหลังปี 2007)
หมายเหตุ : เช็ครุ่นรถที่สามารถเชื่อมต่อ OBD ได้จาก link นี้ http://www.energy-reform.com/Advanced_OBD_connect.pdf

Fast Tech II : จุดเด่นคือ เป็นน้องใหม่ของ Energy Reform ที่ราคาไม่สูง แต่เปลี่ยนมาใช้หัวฉีด รุ่น Rail ที่เป็นรุ่นที่ใช้ร่วมกันได้ในชุดหัวฉีดยี่ห้ออื่นๆ ( ปัจจุบัน ออกรุ่น Fast Tech Premium ที่ Upgrade หัวฉีด เป็นรุ่น i-Plus เหมือนในรุ่น Adv.OBD แล้ว)

Advanced OBD : รับประกันอุปกรณ์ 2 ปี, ประกันภัย รวม 1,300,000 บาท ในปีแรก
Fast Tech II : รับประกันอุปกรณ์ 2 ปี ยกเว้นหัวฉีดที่รับประกัน 1 ปี, ประกันภัย รวม 1,300,000 บาท ในปีแรก

Advanced OBD : เหมาะสำหรับรถทุกรุ่น ที่ต้องการชุดแก๊สเกรด A โดยเฉพาะรุ่นที่สามารถเชื่อมต่อ OBD ได้ เช่น Toyota เกือบทุกรุ่น และ Mitsubishi, Mazda, Ford บางรุ่น
Fast Tech II : เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบในยี่ห้อ Energy Reform แต่มีงบประมาณจำกัด หรือ ไม่ต้องการลงทุนสูงมากนัก

Advanced OBD : ค่าติดตั้ง 35,500 บาท ( 4 สูบ )
Fast Tech II : ค่าติดตั้ง 26,500 บาท (Fast Tech Pro) และ 29,500 บาท (Fast Tech Premium) ( 4 สูบ )

Advanced OBD : ใช้โปรแกรมจูนเดียวกัน และสามารถ เลือกเชื่อมต่อ OBD ให้ปรับค่าอัตโนมัติได้
Fast Tech II : ใช้โปรแกรมจูนเดียวกัน โดยสามารถปรับตั้งค่าได้ละเอียดขึ้นกว่าในรุ่น Fast Tech เดิมที่ผ่านมา

Advanced OBD : จุดสังเกตรถที่ติดตั้งเสร็จแล้ว คือ หม้อต้ม Alaska 200 HP (ฝาดำ) และหัวฉีดรุ่น i-Plus
Fast Tech II : จุดสังเกตรถที่ติดตั้งเสร็จแล้ว คือ หม้อต้ม Alaska 200 HP (ฝาดำ) และหัวฉีดรุ่น rail (รุ่น Fast Tech Pro)
แต่ถ้าในชุด Fast Tech Premium ใช้หัวฉีด i-Plus มองภายนอก เหมือนชุด Adv.OBD เลย

Advanced OBD : ใช้เทคโนโลยีการอ่านค่า OBD มาช่วยในการปรับจูน ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมล่าสุดของระบบแก๊สที่มีในไทย
Fast Tech II : ใช้เทคโนโลยีการอ่านค่า Injection Time ของหัวฉีดน้ำมันมาคำนวณ เหมือนระบบทั่วไปในปัจจุบัน

comments powered by Disqus