อัปเดตล่าสุด:

โอนลอยคือคนขายเซ็นเอกสารให้แล้ว แต่ยังไม่ไปเปลี่ยนชื่อที่ขนส่ง ชื่อเจ้าของเดิมจึงยังอยู่ในเล่มและในระบบ ทางที่กันเรื่องได้ดีคือไปโอนพร้อมกันที่ขนส่ง เพราะกฎกำหนดให้ผู้โอนและผู้รับโอนแจ้งภายใน 15 วันอยู่แล้ว

ทำไมคนถึงโอนลอยกัน?

ส่วนใหญ่เพราะสะดวก คนขายไม่อยากลางาน เต็นท์รถอยากขายต่อโดยไม่ต้องโอนหลายรอบ แต่ถ้าปล่อยไว้นาน ความเสี่ยงจะอยู่กับทั้งสองฝ่าย

คนขายเสี่ยงอะไร?

  • ใบสั่งอาจยังส่งมาที่บ้าน มีคนเล่าในกระทู้ Pantip ว่าขายแบบโอนลอยแล้วใบสั่งยังมาเรื่อย ๆ
  • ชื่อเรายังเป็นเจ้าของในเล่ม ถ้ารถไปเกี่ยวกับเรื่องอื่น เราอาจถูกตามตัวก่อน
  • ติดตามคนซื้อยากขึ้น ถ้าไม่มีสัญญาและสำเนาบัตร

เรื่องว่าเจ้าของเดิมต้องรับผิดแค่ไหน ขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง ถ้าเจอคดีหรือค่าปรับก้อนใหญ่ ควรปรึกษาทนาย

คนขายรถส่งกุญแจให้คนซื้อข้างรถเก๋งในซอยหมู่บ้าน

คนซื้อเสี่ยงอะไร?

  • เอกสารที่คนขายเซ็นไว้อาจมีปัญหาตอนไปยื่น เช่น ชื่อไม่ตรง หรือเซ็นไม่ครบ
  • ถ้าติดต่อคนขายไม่ได้ จะขอเอกสารเพิ่มยาก
  • ทำงานอื่นกับรถยากกว่า เช่น ย้ายทะเบียน
  • เลยกำหนด 15 วันแล้วอาจเสียค่าปรับ หน้า ขบ.ตรังเขียนขั้นต่ำ 200 บาท

ถ้าจำเป็นต้องเซ็นให้ก่อน ทำยังไงให้เสี่ยงน้อยลง?

ทำอะไรช่วยเรื่องไหน
ทำสัญญาซื้อขาย ระบุวัน เวลา เลขทะเบียนพิสูจน์ได้ว่าขายวันไหน
เก็บสำเนาบัตรของคนซื้อตามตัวได้
ถ่ายรูปตอนส่งมอบรถใช้ยืนยันเวลาส่งมอบ
กำหนดวันโอนไว้ในสัญญาไม่ปล่อยเรื่องให้ค้าง
ระบุงานในหนังสือมอบอำนาจให้ชัดลดการเอาไปใช้เรื่องอื่น
นัดตามเรื่องหลังผ่านไป 7 วันยังเหลือเวลาก่อนครบ 15 วัน

ถ้าเป็นไปได้ อย่าเซ็นทิ้งโดยเว้นช่องว่าง

ขายไปแล้ว คนซื้อไม่ยอมโอน ทำอะไรได้บ้าง?

เริ่มจากเก็บหลักฐานทั้งหมดไว้ก่อน สัญญา ข้อความที่คุยกัน รูปถ่าย และใบสั่งที่เข้ามา จากนั้นติดต่อคนซื้อเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้ไปโอน ถ้ายังไม่ได้เรื่อง ให้ปรึกษาทนายหรือถามสำนักงานขนส่ง ว่าเคสของเราทำอะไรต่อได้ อย่าไปยึดรถหรือแจ้งเรื่องที่ไม่ตรงกับความจริงเอง เพราะอาจกลายเป็นเรื่องใหม่

ไม่อยากเสี่ยงต้องทำยังไง?

นัดกันไปขนส่งพร้อมรถ แล้วจบในรอบเดียว ถ้าฝ่ายใดไม่ว่าง ทำหนังสือมอบอำนาจให้คนที่ไว้ใจ หรือถามงานโอนได้ที่หน้างานทะเบียน

แหล่งอ้างอิง

ต่อภาษี & งานทะเบียนขนส่ง