รถดับกลางน้ำอย่าสตาร์ตซ้ำ คปภ. ย้ำเรื่องนี้ตามข่าวฐานเศรษฐกิจวันที่ 2 ต.ค. 2569 เพราะเครื่องและระบบไฟอาจเสียหายเพิ่ม ส่วนเคลมได้ไหม ไม่มีคำตอบเดียวทุกคัน บทความสื่อรถยนต์ยกเป็นกรณีที่ประกันอาจปฏิเสธ บริษัทจะดูข้อเท็จจริงและกรมธรรม์ของคุณ
รถดับตอนนี้ ต้องทำอะไรก่อน?
- เปิดไฟฉุกเฉิน แล้วออกจากรถถ้าน้ำเริ่มสูงหรือไหลแรง คนสำคัญกว่ารถ
- ไม่บิดกุญแจ ไม่กดสตาร์ตซ้ำ แม้จะคิดว่าลองอีกครั้งเดียว
- ไปยืนในจุดปลอดภัย ระวังสายไฟและฝาท่อที่มองไม่เห็น
- โทรเบอร์เคลมในกรมธรรม์ บอกทะเบียนรถ จุดที่รถอยู่ และระดับน้ำ
- ถามเรื่องรถยก ให้บริษัทบอกว่าต้องเรียกเองหรือจะส่งให้
- ถ่ายรูปเมื่อปลอดภัยเท่านั้น ถ่ายรอบรถ ระดับน้ำ และในห้องโดยสาร

ทำไมการสตาร์ตซ้ำถึงเป็นปัญหา?
เหตุผลเรื่องเครื่องยนต์ชัดอยู่แล้ว ส่วนเรื่องประกัน มีสองจุดที่ควรรู้
- บทความสื่อรถยนต์เดือน ต.ค. 2569 ยกกรณีรถดับแล้วฝืนสตาร์ต เป็นหนึ่งในเหตุที่ประกันอาจปฏิเสธ
- แบบกรมธรรม์ที่เราอ่านเขียนว่า ถ้าความเสียหายเพิ่มขึ้นเพราะใช้รถต่อก่อนซ่อม หรือไม่ดูแลรถเมื่อเกิดเหตุหรือเครื่องเสีย ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบส่วนนั้นเอง
เพราะฉะนั้น ถ้าเผลอสตาร์ตไปแล้ว ให้บอกตามจริง อย่าปิดไว้ เคลมยังไม่จบตั้งแต่ตอนนั้น แต่บริษัทจะดูจากข้อเท็จจริง
ค่ารถยกใครจ่าย?
แบบกรมธรรม์ที่เราอ่านเขียนว่า ถ้าความเสียหายอยู่ในความคุ้มครอง บริษัทจ่ายค่าดูแลรักษาและค่าขนย้ายรถตามจริง ไม่เกิน 20% ของค่าซ่อม บางแผนอาจมีบริการรถยกเพิ่ม ให้ถามตอนโทรแจ้ง และขอใบเสร็จไว้ทุกใบ
ต้องเตรียมอะไรไว้เคลม?
- กรมธรรม์ บัตรประชาชน ใบขับขี่
- รูปหรือคลิป กล้องหน้ารถถ้ามี
- ถ้าไม่มีหลักฐาน ให้จดเวลา สถานที่ และระดับน้ำโดยประมาณ
Thai PBS รายงานคำแนะนำให้ลงบันทึกประจำวันไว้ด้วยในกรณีไม่มีหลักฐาน
ถ้าชั้นประกันไม่คุ้มครองน้ำท่วมล่ะ?
ยังควรทำเหมือนเดิม คือไม่สตาร์ต และยกรถไปให้ช่างเช็ก ค่าซ่อมอาจต้องจ่ายเอง ถ้าไม่แน่ใจ โทรถามบริษัทก่อน หรือโทร คปภ. 1186 ข่าวเดือนตุลาคมระบุว่าเปิด 24 ชั่วโมงถึง 5 ต.ค. 2569 ตอนนี้ให้เช็กเวลาอีกครั้ง
InsureFriend เป็นนายหน้า ไม่ใช่บริษัทประกัน ลูกค้าถามเรื่องขั้นตอนเคลมได้ แต่การอนุมัติอยู่ที่บริษัทประกัน ดูเพิ่มที่หน้าประกันรถยนต์





