ควรแจ้งอีกครั้ง แม้เคยแจ้งตอนติด NGV ไว้แล้ว เพราะชนิดเชื้อเพลิงและชุดอุปกรณ์ที่บริษัทรู้เปลี่ยนไป เราไม่พบแหล่งที่เขียนเฉพาะเคสนี้ แต่หลักเดียวกันคือของที่ทำเพิ่มต้องบอกบริษัทก่อนจึงจะคุ้มครอง ลำดับที่บทความบริษัทประกันแห่งหนึ่งแนะนำ คือแจ้งขนส่งก่อน แล้วค่อยแจ้งประกัน
ต้องทำอะไรบ้าง ตามลำดับ?
- ถอด NGV ติด LPG ที่อู่ที่ออกหลักฐานได้
- ตรวจแก๊ส ขอใบรับรองของวิศวกร
- แจ้งเปลี่ยนเชื้อเพลิงกับขนส่ง ใช้หลักฐานการติดตั้งและใบรับรอง
- ส่งเอกสารให้บริษัทประกัน ทั้งรายการที่แก้แล้ว และใบเสร็จค่าติดตั้ง
- ขอเอกสารแนบ ที่ระบุเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ใหม่

เรื่องขนส่งมีกำหนดเวลาไหม?
มี คู่มือประชาชนของสำนักงานขนส่งจังหวัดหนึ่งเขียนว่า ต้องทำภายใน 15 วันนับแต่ติดตั้ง ค่าธรรมเนียม 5+50+50 บาท คู่มือนี้ไม่ระบุปี ส่วนบทความบริษัทประกันนับ 15 วันจากวันที่ได้รับหนังสือรับรอง เห็นตัวเลขตรงกันแต่นับไม่เหมือนกัน ให้ถามขนส่งหรือร้านก่อนยื่น
| เอกสาร | ใช้ทำอะไร |
|---|---|
| เล่มรถ บัตรประชาชน | ยื่นขนส่ง |
| หลักฐานการติดตั้ง | ยื่นขนส่งและบริษัทประกัน |
| ใบรับรองวิศวกร | ยื่นขนส่ง |
| รายการจดทะเบียนที่แก้แล้ว | ส่งบริษัทประกัน |
| ใบเสร็จค่าติดตั้งชุด LPG | ส่งบริษัทประกัน |
ควรถามบริษัทประกันอะไรบ้าง?
- ต้องแจ้งเปลี่ยนจาก NGV เป็น LPG ด้วยเอกสารอะไร
- ชุด NGV เดิมที่เคยบันทึกไว้ ต้องเอาออกจากกรมธรรม์ไหม
- ชุด LPG ใหม่รวมในทุนหรือบันทึกแยก
- เบี้ยเปลี่ยนไหม
- ระหว่างรอเอกสารแนบ ความคุ้มครองเป็นยังไง
ขอคำตอบเป็นข้อความ และเก็บคู่กับกรมธรรม์
ถ้าไม่แจ้ง เสี่ยงอะไร?
บทความบริษัทประกันเขียนว่า ถ้าไม่แจ้งบริษัทหรือไม่แจ้งขนส่ง บริษัทอาจไม่คุ้มครอง เรื่องนี้ก็ยังมีคนพูดต่างกันว่าปฏิเสธได้ในกรณีไหน เราไม่สรุปแทนกรมธรรม์ แต่การแจ้งตั้งแต่ต้นคือทางที่ลดเรื่องเถียงตอนเกิดเหตุได้มากที่สุด
ถ้าเปลี่ยนในโครงการ PT ต่างกันไหม?
เรื่องแจ้งประกันเหมือนกัน แค่มีเงื่อนไขโครงการเพิ่มเติม ซึ่งดูแยกที่หน้าติดตั้งแก๊ส
ตอนต่อประกันปีถัดไป เช็กอะไร?
เปิดกรมธรรม์ดูว่าเชื้อเพลิงเป็น LPG แล้ว ไม่ใช่ NGV รายการอุปกรณ์ตรงของจริง และทุนเป็นตัวเลขที่คุยไว้ ถ้าไม่ตรงให้แก้ก่อนจ่ายเงิน
ลูกค้าที่ติดแก๊สกับเรา งานตรวจและเอกสารทำที่เดียวกันได้ ส่วนงานประกันดูแลโดย InsureFriend ซึ่งเป็นนายหน้า ไม่ใช่บริษัทประกัน ดูที่หน้าประกันรถยนต์





